Your cart is currently empty!

การเลือกปั๊มน้ำบาดาลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก
หากปั๊มมีขนาดเล็กเกินไป → น้ำจะไหลเบา
หากปั๊มมีขนาดใหญ่เกินไป → คุณจะสิ้นเปลืองงบประมาณและแผงโซลาร์เซลล์โดยไม่จำเป็น
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้เพื่อเลือกปั๊มน้ำบาดาล Eiman ที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณระยะส่งรวมที่ต้องการ (สำคัญมาก)
ระยะส่ง (Head) หมายถึง:
ความสูงที่ปั๊มต้องยกน้ำขึ้นไป
ไม่ใช่เพียงแค่ความลึกของบ่อเท่านั้น
คุณต้องบวกเพิ่ม:
- ระดับความลึกของน้ำ (จากพื้นดินถึงผิวน้ำ)
- ความสูงจากพื้นดินถึงถังเก็บน้ำหรือจุดจ่ายน้ำ
- การสูญเสียแรงดันเนื่องจากความเสียดทานในท่อ
- การสูญเสียแรงดันในข้อต่อ (ข้องอ, วาล์ว)
- ค่าเผื่อความปลอดภัย (10–20%)
ตัวอย่าง:
ระดับความลึกของน้ำ: 30 ม.
ความสูงของถังน้ำ: 5 ม.
การสูญเสียในท่อ: 3 ม.
การสูญเสียในข้อต่อ: 2 ม.
รวมก่อนบวกค่าเผื่อ:
30 + 5 + 3 + 2 = 40 ม.
บวกค่าเผื่อความปลอดภัย 15%:
40 × 1.15 = ระยะส่งรวมที่ต้องการ 46 ม.
👉 คุณต้องเลือกปั๊มที่สามารถส่งน้ำได้ที่ ระยะส่ง 46 เมตร
ขั้นตอนที่ 2 – กำหนดอัตราการไหลที่ต้องการ (ปริมาณน้ำต่อชั่วโมง)
อัตราการไหล (Flow) หมายถึง:
ปริมาณน้ำที่คุณต้องการต่อชั่วโมง
หน่วย: ลบ.ม./ชม. (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง)
ข้อมูลอ้างอิงทั่วไป:
| การใช้งาน | อัตราการไหลที่แนะนำ |
|---|---|
| การใช้งานในครัวเรือน | 1–3 ลบ.ม./ชม. |
| สวนผักขนาดเล็ก | 3–6 ลบ.ม./ชม. |
| การชลประทานขนาดกลาง | 6–10 ลบ.ม./ชม. |
| ปศุสัตว์ | 2–5 ลบ.ม./ชม. |
หากคุณเพียงแค่เติมน้ำลงถังเก็บอย่างช้าๆ คุณสามารถเลือกอัตราการไหลระดับปานกลางได้
ขั้นตอนที่ 3 – ทำความเข้าใจกฎ: ยิ่งระยะส่งสูง = อัตราการไหลยิ่งลดลง
ปั๊มทุกตัวมีกราฟแสดงประสิทธิภาพ (Performance Curve)
หลักการสำคัญ:
เมื่อระยะส่งเพิ่มขึ้น อัตราการไหลจะลดลง
ตัวอย่าง:
| ระยะส่งสูง (Head) | อัตราการไหล (Flow) |
|---|---|
| 27 ม. | 3 ลบ.ม./ชม. |
| 19 ม. | 6 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง |
| 12 ม. | 9 ลบ.ม./ชม. |
| 6 ม. | 12 ลบ.ม./ชม. |
ปั๊มไม่สามารถให้อัตราการไหลสูงสุดที่ระยะส่งสูงสุดได้
ดังนั้นคุณต้องตรวจสอบ:
👉 ที่ระยะส่งที่คุณต้องการ ปั๊มยังสามารถให้อัตราการไหลได้เท่าใด
ขั้นตอนที่ 4 – เลือกรุ่นปั๊ม
ตอนนี้ให้เปรียบเทียบ:
ระยะส่งที่ต้องการ
อัตราการไหลที่ต้องการ
เลือกปั๊มที่สามารถให้:
✔ อัตราการไหลที่ต้องการ
✔ ที่ระยะส่งที่คุณคำนวณไว้
✔ พร้อมค่าเผื่อความปลอดภัยบางส่วน
อย่าเลือกโดยพิจารณาจาก “อัตราการไหลสูงสุด” ที่ระบุไว้ในโบรชัวร์เพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนที่ 5 – จับคู่แผงโซลาร์เซลล์ให้ถูกต้อง
สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ ประสิทธิภาพของปั๊มขึ้นอยู่กับพลังงานแสงอาทิตย์
หากแผงโซลาร์เซลล์ไม่เพียงพอ:
- ปั๊มอาจไม่ทำงาน
- การไหลของน้ำจะเบาลง
- การไหลไม่เสถียรเมื่อมีเมฆมาก
- ปั๊มอาจหยุดทำงานบ่อยครั้ง
ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:
✔ แรงดันไฟฟ้าตรงตามความต้องการของปั๊ม
✔ กำลังวัตต์รวมเพียงพอ
✔ แผงไม่ถูกบังแดด
✔ ใช้คอนโทรลเลอร์ MPPT
ตัวอย่างการกำหนดค่าโซลาร์เซลล์:
- แผงขนาด 250W / 300W × จำนวนที่แนะนำ
- แผงขนาด 550W / 600W × จำนวนที่แนะนำ
ระยะส่งที่สูงขึ้นมักต้องการพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น
ขั้นตอนที่ 6 – ข้อผิดพลาดทั่วไปที่เกษตรกรมักพบ
❌ ตรวจสอบเฉพาะอัตราการไหลสูงสุด
❌ ไม่คำนวณระยะส่งรวม
❌ ใช้ท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็ก
❌ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์น้อยเกินไป
❌ ซื้อรุ่นที่ถูกที่สุดโดยไม่ตรวจสอบกราฟแสดงประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์:
- แรงดันน้ำต่ำ
- ปั๊มทำงานหนักเกินไป
- อายุการใช้งานของปั๊มสั้นลง
ขั้นตอนที่ 7 – สรุปสั้นๆ
ก่อนซื้อ ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้เสมอ:
✔ ระดับความลึกของน้ำ
✔ ความสูงของจุดจ่ายน้ำ
✔ ระยะส่งรวม
✔ อัตราการไหลที่ต้องการ
✔ กำลังของแผงโซลาร์เซลล์
การเลือกที่ถูกต้องจะช่วยให้มั่นใจในเรื่อง:
✅ การจ่ายน้ำที่เสถียร
✅ อายุการใช้งานปั๊มที่ยาวนาน
✅ ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำลง
✅ ประสิทธิภาพการชลประทานที่ดีขึ้น
คำแนะนำสุดท้าย
หากคุณไม่แน่ใจ ให้ใช้ เครื่องคำนวณการเลือกปั๊ม Eiman:
ป้อนข้อมูล:
- ความลึกของน้ำ
- อัตราการไหลที่ต้องการ
ระบบจะแนะนำรุ่นปั๊มที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ
สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่หรือบ่อลึก ควรปรึกษาฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคของ Eiman เพื่อยืนยันเสมอ


Leave a Reply